แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พาเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พาเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน 28/10/61

หลวงพ่อโต 

วัดบางพลีใหญ่ใน เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางมารวิชัย(สะดุ้งมาร) องค์พระเป็นทองสำริดทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ ลืมพระเนตร ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดบางพลีใหญ่ใน ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับการกล่าวขวัญว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวบางพลีและพุทธศาสนิกชนทั่วไป


 มีเรื่องเล่าเมื่อครั้งที่หลวงพ่อโตยังประดิษฐานอยู่ในพระวิหารเก่าว่า บางวันที่เป็นวันพระขึ้น 15 ค่ำ กลางคืนผู้คนจะได้ยินเสียงพึมพำอยู่ในวิหารคล้ายเสียงสวดมนต์ ครั้นเมื่อเข้าไปดูก็ไม่เห็นมีใครอยู่ในนั้นเลยนอกจากหลวงพ่อโต บางคราวพระภิกษุสามเณรในวัดจะเห็นพระภิกษุชราห่มจีวรสีคร่ำคร่า ถือไม้เท้าเดินออกมายืนสงบนิ่งอยู่หน้าวิหาร ผู้ที่พบเห็นต่างก็เรียกกันมาดู เมื่อทุกคนเห็นพร้อมกันดีแล้ว ภิกษุชรารูปนั้นก็เดินหายเข้าไปในวิหารตรงองค์ของหลวงพ่อ เป็นดังนี้หลายครั้งหลายหน บางครั้งจะมีผู้เห็นเป็นชายชรารูปร่างสง่างาม มีรัศมีเปล่งปลั่ง นุ่งขาวห่มขาวเข้ามาหาหลวงพ่อแล้วก็หายไปตรงพระพักตร์ของท่าน





เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 หลวงพ่อได้กระทำให้เกิดปาฏิหาริย์ที่องค์ท่านซึ่งเป็นทองสัมฤทธิ์ เกิดนุ่มนิ่มไปหมดทั้งองค์ดังเนื้อมนุษย์ และต่อมาในปี พ.ศ. 2522 ก็เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้อีกครั้งหนึ่ง
ชาวบางพลีต่างเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์และบารมีขององค์หลวงพ่อโต ได้คุ้มครองชุมชนบางพลีให้ปลอดภัยจากอัคคีภัย เพราะชุมชนอื่นที่อยู่โดยรอบ อาทิ ตลาดบางบ่อ ตลาดจระเข้ ตลาดคลองด่าน ล้วนแต่เคยประสบกับอัคคีภัยมาแล้วทั้งนั้น



แม้แต่กระทั่งรูปเหรียญหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน ชาวบ้านทั้งใกล้ไกลต่างพากันห้อยคอให้แก่บุตรหลานของตน เพราะกล่าวกันว่าเมื่อเด็กเผลอพลัดตกน้ำเด็กนั้นกลับลอยน้ำได้เป็นที่น่าอัศจรรย์ ตลอดจนทั้งพระเครื่องรางที่ทำเป็นรูปขององค์หลวงพ่อก็มีเรื่องเล่าอภินิหารป้องกันภยันตรายได้ต่างๆ นานา
นอกจากนี้ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยทั้งหลายต่างก็พากันมาบนบานกราบนมัสการองค์หลวงพ่อโต กล่าวกันว่าบางท่านที่ได้นำน้ำมนต์หลวงพ่อไปดื่มกินเพื่อความเป็นสิริมงคล ก็กลับปรากฏว่าโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นนั้นก็กลับหายวันหายคืนเป็นที่น่าอัศจรรย์

งานนมัสการหลวงพ่อโต

ทางวัดได้จัดให้มีงานสมโภชปีละ 3 ครั้ง คือ
-งานปิดทองฝ่าพระพุทธบาทและนมัสการหลวงพ่อโต ระหว่างวันขึ้น 15 ค่ำ ถึง วันแรม 2 ค่ำ เดือน 3
-งานนมัสการและปิดทองหลวงพ่อโต ระหว่างวันขึ้น 15 ค่ำ ถึง วันแรม 2 ค่ำ เดือน 4
-งานประเพณีรับบัวและนมัสการหลวงพ่อโต ระหว่างวันขึ้น 11 ค่ำ ถึง วันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 มีการจัดขบวนเรือแห่แหนหลวงพ่อโต (จำลอง) ไปตามลำคลองสำโรง เพื่อรับดอกบัวที่ผู้คนถวายเป็นพุทธบูชา
-นอกจากนี้ในวันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี จะมีงานทำบุญฉลองที่หลวงพ่อโตแสดงปาฏิหาริย์ให้องค์หลวงพ่อนิ่มเหมือนเนื้อ ของมนุษย์

สุขาไฮเทค 

วัดบางพลีใหญ่ใน ได้ทำการก่อสร้างห้องสุขาใต้อาคารเดิมโดยมีลักษณะวิจิตรงดงามแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง โดยมีแนวคิดว่า เมื่อคนมาเที่ยว ก็มักจะถามเสมอว่า ห้องน้ำไปทางไหน เหมือนเป็นด่านแรกที่จะต้อนรับผู้มาเยือน การสร้างให้สวยงามก็ย่อมสร้างความประทับใจให้กับคนที่มาเยือน



ภายในวัดยังมีตลาด ให้เดิมชมช๊อปปิ้งกันอย่าจุใจกันเลยทีเดียว








ที่จอดรถด้านหลังวัดมีพื้นที่ใหญ่พอสมควรอยู่ห่างจากวัดพอประมาณ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะทางวัดมีบริการรถรับ-สั่ง ทั้งไปและกลับ



วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ตลาดโบราณบางพลี วิถีดำเนินชีวิตชุมชนคลองสำโรง (มีคลิป)วัดหลวงพ่อโต

ตลาดโบราณบางพลี

ตลาดน้ำบางพลี หรือ ตลาดน้ำโบราณบางพลี เป็นตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ



เป็นตลาดเก่าแก่ตั้งอยู่ริมคลองสำโรง ลักษณะเป็นห้องแถวไม้โบราณ 2 ชั้น ปลูกติดต่อกันเป็นความยาวกว่า 500 เมตร อยู่ใกล้กับวัดบางพลีใหญ่ใน เดิมมีชื่อว่า "ตลาดศิริโสภณ" สันนิษฐานว่าชาวจีนเป็นผู้เข้ามาเปิดร้านในตลาดนี้ราว พ.ศ. 2400 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) เดิมเป็นชุมชนใหญ่มีความรุ่งเรืองมากในอดีต โดยเป็นตลาดขนส่งจากภาคตะวันออกชายฝั่งทะเลสู่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้นใช้เส้นทางเรือเป็นหลัก



ตลาดน้ำบางพลี ถือเป็นตลาดน้ำที่มีความเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นสถานที่ ๆ มีวิถีชีวิตเรียบง่ายและมีวัฒนธรรมที่ดีงามสั่งสมอยู่มากมาย เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้านานาชนิด ทั้งอาหาร, ของใช้ต่าง ๆ, ของประดับตกแต่งบ้าน, เสื้อผ้า, สัตว์เลี้ยง กอรปกับมีทิวทัศน์ของคลองสำโรงที่ประดับประดาไปด้วยเรือพายขายขนม ผลไม้ตามฤดูกาลของชาวบางพลีที่พายไปมา รวมถึงเรือที่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ยังใช้สัญจรไปมาในชีวิตประจำวันด้วย

กิจกรรม

-ให้อาหารปลาในคลองสำโรง
-ชิมอาหาร เช่น ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขาหมู ขนมจีน ขนมโบราณ และอีกมากมายรอให้ท่านมาลองชิม
-ดูดวง
-นั่งเรือดูชุมชน 3 ชุมชน คนละ 30 บาท

















การเดินทาง 

รถยนต์ส่วนตัว : เส้นทางที่ 1 จากถนนบางนา-ตราด วิ่งเข้าถนนกิ่งแก้ว-บางพลี พอถึงบางพลีก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเทพารักษ์ จากนั่นเลี้ยวซ้ายเข้าวัดบางพลีใหญ่. เส้นทางที่ 2 จากสนามบินสุวรรณภูมิหรือมอเตอร์เวย์ วิ่งถนนกิ่งแก้วแล้วขึ้นสะพานข้ามถนนบางนา-ตราด มาสู่บางพลี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเทพารักษ์ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าวัดบางพลีใหญ่. เส้นทางที่ 3 จากถนนศรีนครินทร์ สำโรง ปากน้ำ ฯลฯ วิ่งถนนเทพารักษ์ มุ่งหน้าบางพลี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวัดบางพลีใหญ่.

รถเมล์ ขสมก : นั่งรถเมล์ได้ทุกสายที่มาลงสำโรง (เช่น สาย 2, 23, 25, 45, 102, 141, 129, 508, 511, 513, 536 ฯลฯ) จากนั้นต่อรถสองแถว รถเมล์มายังบางพลี หรือขึ้นรถตู้ที่ไปบางบ่อ มาลงยังปากทางวัดบางพลีใหญ่ หรือนั่ง สาย 132, 133, 365, 537, 552, 553 ฯลฯ มาลงถนนบางนา-ตราด บริเวณหน้าโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1 หรือ ม.ราม 2 แล้วต่อรถสองแถวสายราชวินิตบางแก้ว-บิ๊กซีบางพลี จากนั้นเดินผ่านหลังบิ๊กซีมาสู่ตลาดโบราณบางพลี.

รถตู้ : มีรถตู้จากหมอซิต 2 มายังโฮมโปร, ห้างโลตัสบางพลีตรงถนนบางนตราด จากนั้นต่อรถสองแถวไปบิ๊กซีบางพลี แล้วเดินผ่านหลังบิ๊กซีมาสู่ตลาดโบราณบางพลี.








จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561

สัมผัสธรรมชาติสีเขียวใกล้กรุงเทพ น้ำตกสาริกา @ นครนายก

น้ำตกสาริกา ความงามของน้ำตก 9 ชั้นที่ไม่ควรพลาด @ นครนายก

เป็นน้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา เดินทางจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3050 อีก 3 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย น้ำตกสาริกาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอด ๆ 
สัมผัสธรรมชาติสีเขียวใกล้กรุงเทพ ความสวยงามของสายน้ำตกที่ซ่อนไว้กลางป่าใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนครนายก







“น้ำตกสาริกา” สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครนายก เป็นน้ำตกที่อยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติเชาใหญ่  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีสายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอดๆ ถึง 9 ชั้น ผาสูงที่สุดอยู่ที่ประมาณ 200 เมตร มีอ่างรับน้ำ สามารถลงไปเล่นน้ำ แช่น้ำกันแบบเพลินๆ เพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกายกันได้
ในบริเวณใกล้ๆ ของน้ำตกสาริกา จะมี “ถ้ำสาริกา” ของอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต “ศาลเจ้าปลังจ่าง” และ “เจ้าแม่สาริกา” ที่ชาวนครนายกและคนทั่วไปให้ความเคารพนับถือ แวะกราบไหว้เพื่อความสิริมงคลกัน ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยว “น้ำตกสาริกา” คือช่วงปลายฝนต้นหนาว สามารถเข้าชมได้ทุกวัน










อัตราค่าผ่านประตูู

          1. รถยนต์ส่วนบุคคล พร้อมคนขับ คันละ 50 บาท, ผู้โดยสารคนละ 10 บาท
          2. รถจักยานยนต์ คันละ 10 บาท, ผู้ซ้อนท้ายคนละ 10 บาท
          3. รถโดยสาร 6 ล้อ (รถตู้, สองแถว) พร้อมคนขับ คันละ 100 บาท, ผู้โดยสารคนละ 10 บาท
          4. รถบัส พร้อมคนขับ คันละ 200 บาท, ผู้โดยสารคนละ 10 บาท
          5. บุคคลธรรมดา คนละ 10 บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

น้ำตกสาริกา โทร 037-312282

ขอบคุณภาพจาก pantip สมาชิกหมายเลข 1211318


กินปู ชิมปลา ปลูกป่า หาหอย สอยเหยี่ยว เที่ยวเล @ ชุมพร


กินปู ชิมปลา ปลูกป่า หาหอย สอยเหยี่ยว เที่ยวเล @ ชุมพร

เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา คือหลักปฏิบัติสำคัญในการทรงงานของพระบาทสำเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาให้ประชาราษฎร์ได้กินดี อยู่ดี ด้วยการเข้าใจถึงพื้นที่  เข้าถึงประชาชนจึงนำมาสู่ความสำเร็จของการพัฒนาสามารถพลิกความแร้นแค้นสู่ความสมบูรณ์ ทั้งผืนดิน ผืนน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ คืนชีวิตของประชาชนจากความยากจนสู่ความสุขในวิถีของความพอเพียงเป็นความพอดีที่สร้างความยั่งยืน










ที่อยู่
"โฮมสเตย์บานไม้ชายคลองบางสน 53/5 ม.1 ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร 86160"
เบอร์โทร : 080-779-1650

ขอบคุณภาพจากโฮมสเตย์บ้านไม้ชายคลอง บ้านบางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร